รอบโลก
ในวัย 70 กว่าๆ ขณะที่ใครหลายคนกำลังนั่งหมดไฟ หรือพักผ่อนแบบปล่อยให้เวลาผ่านไปในแต่ละวัน แต่สำหรับ New Chapter อย่าง คุณลุงเคที (แทน เคียน ทัต) KT (Tan Kian Tat) ในวัย 77 และ คุณป้าย่าจู (Yazhu) วัย 73 ที่มอบเวลาวัยเกษียณให้กับร้านไอศกรีมเล็กๆ ที่ชื่อ Freshio Gelato ที่เป็นเสมือนเครื่องมือพิสูจน์ว่าไฟในการทำงานของคนเราไม่มีวันมอดดับตามอายุ จาก “ราชาเครย์ฟิช” สู่ชีวิตที่ว่างจนหายใจไม่ออก ย้อนกลับไปในยุคทอง คุณลุงเคที เขาเป็นนักธุรกิจระดับพรีเมียมในประเทศจีน ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ราชาเครย์ฟิช” ผู้กุมบังเหียนโรงงาน 8 แห่ง ส่งออกกุ้งแช่แข็งมูลค่านับพันล้านบาทไปทั่วโลก ส่วนคุณป้าย่าจู ก็ไม่ใช่แม่บ้านธรรมดา เธอคือนักบริหารร้านกาแฟฝีมือดีในเซี่ยงไฮ้ที่มีสาขากระจายไปทั่วเมือง แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้อง “เกษียณ” จริงๆ ทั้งคู่ย้ายไปใช้ชีวิตสงบๆ ที่แคนาดา แต่ทว่าความเงียบเหงาหลังเกษียณนี้เองที่เป็นเสมือนศัตรูของพวกเขา “ผมเป็นพวกบ้างาน ชีวิตที่แคนาดาคือการขับรถไปนั่นมานี่อย่างไร้จุดหมาย มันว่างเกินไป และมันเป็นการใช้เงินไปวันๆ โดยไม่มีอะไรตอบแทนกลับมา” คุณลุงเล่าถึงความอึดอัดในใจ เปลี่ยนหยาดน้ำตาเป็นพล
Andon Market คือร้านบูติกค้าปลีกแห่งแรกของโลกที่บริหารโดย AI ซึ่งแสดงให้เห็นว่า AI เป็นหัวหน้างานที่ผ่อนปรนและใจดี อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังมีปัญหาเรื่องการขอบเขตการทำงาน และยังไม่สามารถทำกำไรได้เลย จากรายงานของ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ พนักงานของร้าน Andon Market ในซานฟรานซิสโก ได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานภายใต้การควบคุมของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยตนเองมานานถึงสี่เดือนแล้ว ร้านดังกล่าวได้รับการขนานนามว่าเป็นร้านบูติกค้าปลีกแห่งแรกของโลกที่บริหารงานด้วย AI โดยมี AI Agent ชื่อ “Luna” เป็นผู้จัดการและคอยสั่งการพนักงานที่เป็นมนุษย์ 3 คน Andon Labs สตาร์ทอัพผู้อยู่เบื้องหลังโครงการนี้พบว่า บอส AI นั้นใจดีและให้อภัยได้อย่างน่าประหลาดใจ ตัวอย่างเช่น มันมองข้ามการเข้างานสายซ้ำๆ ของพนักงานที่เป็นมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับไม่สนใจภารกิจหลักของงาน นั่นคือ การสร้างผลกำไรให้เกิดขึ้น จริง “เธออาจจะเป็นเจ้านายที่ใจดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยค่ะ” ไคอา ริเวรา (Kaia Rivera) วัย 22 ปี ให้สัมภาษณ์กับ Times ถึง เกี่ยวกับลูน่า โดยเธอจะเป็นคนมาเปิดร้านทุกเช้า จัดเรียงสินค้าบนชั้นวาง
เมื่อ AI กลายเป็นผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจที่มองไม่เห็น… ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การก่อตั้งธุรกิจมักผูกติดอยู่กับการมีทีมงานและเงินทุน แต่ในช่วงปี 2025-2026 ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาทำหน้าที่แทนทีมงานทั้งฝ่ายพัฒนา การตลาด และบริการลูกค้าได้ในเวลาเดียวกัน งานที่เมื่อก่อนต้องใช้คน 4-5 คน วันนี้ทำคนเดียวได้จริง ปรากฏการณ์นี้ผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Solopreneur” หรือผู้ก่อตั้งและบริหารธุรกิจด้วยตนเองเพียงคนเดียว โดยอาศัย AI เป็นกำลังเสริมแทนการจ้างพนักงานประจำ ตัวเลขที่บ่งชี้การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ระบุว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจแบบไม่มีลูกจ้างในสหรัฐฯ ราว 29.8 ล้านราย สร้างรายได้รวมกว่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 6.8% ของ GDP ประเทศ ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือผลประกอบการ ผลสำรวจ New Business Formation 2025 ของ Gusto พบว่าธุรกิจที่เปิดโดยเจ้าของคนเดียวมีกำไรตั้งแต่ปีแรกสูงถึง 77% ขณะที่ธุรกิจซึ่งมีลูกจ้างประจำมีกำไรปีแรกเพียง 54% และ Solopreneur ถึง 93% คาดว่าจะทำกำไรได้ในปี 2025 เทียบกับ
ย้อนกลับไปในปี 2017 ตอนที่ วิกเตอร์ ริพาร์เบลลี (Victor Riparbelli) ร่วมก่อตั้ง Synthesia สตาร์ตอัปจากลอนดอน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสร้างวิดีโอ AI สำหรับองค์กร ช่วยให้พนักงานทำวิดีโอเทรนนิงหรือนำเสนองานได้ง่ายๆ ผ่าน AI Avatar และเครื่องมือเปลี่ยนข้อความเป็นวิดีโอ ในตอนนั้น ChatGPT ยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ เพราะกว่า ChatGPT จะเปิดตัวก็อีกตั้ง 5 ปีให้หลัง แทบจะเรียกได้ว่า Synthesia มาก่อนกาลในยุค AI หรือปัญญาประดิษฐ์ วิกเตอร์ เล่าว่า ช่วงที่เขาออกไปเจอเหล่านักลงทุนเพื่อหาเงินทุนเข้าบริษัท แต่พอบอกว่า “AI จะปฏิวัติวงการวิดีโอ” นักลงทุนมากกว่า 100 รายกลับปฏิเสธ พร้อมมองว่ามันเป็นแค่ “ความคิดเพ้อเจ้อจากหนังไซไฟ” ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน นักลงทุนต่างแย่งชิงกันลงเงินในบริษัท AI โดยสถิติปี 2025 ชี้ว่าวงการ AI กวาดเงินทุนเงินร่วมลงทุนไปมากถึง 61% ทั่วโลก แม้ว่ารายงานจาก McKinsey จะระบุว่ามีเพียง 39% ของบริษัทองค์กรเท่านั้นที่เห็นผลกำไรจาก AI ชัดเจน แต่เม็ดเงินที่ธุรกิจต่างๆ ทุ่มซื้อเครื่องมือ Generative AI ก็พุ่งสูงถึง 37,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 แม้วิกเตอร์จะไม่เปิดเผยรายได้ต่อปีของ Synthesia แต่ปัจจุ
จาก Pain Point ของคนเลี้ยงสุนัข เมื่อลูกๆ ไม่ยอมใช้แผ่นรองฉี่ ประกอบกับตารางชีวิตที่ยุ่งเกินกว่าจะพาออกไปข้างนอก ทำให้พรมในบ้านกลายเป็นที่รองขับถ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยเหตุนี้ทำให้ Royce Tan หนุ่งสิงคโปร์วัย 32 ปี แก้ปัญหาด้วยการปั้นแบรนด์ Poopee ขึ้นมา โดยมี Eco-Turf ห้องน้ำสุนัขที่ทำมาจากหญ้าจริงเป็นสินค้าไฮไลต์ ตอบโจทย์เจ้าของสุนัขที่ไม่สะดวกพาลูกๆ ออกนอกบ้าน จนมีหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดต่อซื้อแฟรนไชส์ ไอเดียธุรกิจจากสุนัขในบ้าน Royce Tan เป็นอีกหนึ่งคนที่พบปัญหา สุนัขของเขาถูกฝึกให้ขับถ่ายบนสนามหญ้าตั้งแต่เด็ก แต่เมื่ออายุมากขึ้นการพาลงไปข้างล่างหรือออกนอกบ้านทุกวันก็เริ่มลำบาก และสุนัขของเขาก็ไม่ยอมใช้แผ่นรองฉี่ จึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าสุนัขเข้าใจการขับถ่ายบนหญ้าอยู่แล้ว ทำไมเราไม่ยกหญ้ามาไว้ในบ้านเสียเลย เพราะเชื่อว่าหากใช้หญ้าจริงสุนัขก็จะปรับตัวได้เองตามธรรมชาติ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Eco-Turf สินค้าไฮไลต์ของแบรนด์ Poopee ที่เปิดตัวในปี 2023 ด้วยทุนส่วนตัวที่ไม่มากมาย ลองผิดลองถูกหลายครั้ง การใช้หญ้าจริง ทำให้ Royce Tan ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้
Time Out สื่อและนิตยสารระดับโลกด้านไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ที่มักนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหาร คาเฟ่ ศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ และกิจกรรมต่างๆ ในเมืองใหญ่ทั่วโลก ได้เผยการจัดอันดับ The world’s best cities for street food in 2026 หรือ เมืองสตรีทฟู้ดที่ดีที่สุดในโลกปี 2026 การจัดอันดับมาจากการสำรวจครั้งใหญ่ของชาวเมืองกว่า 24,000 คนทั่วโลก โดยให้คนท้องถิ่นให้คะแนนความคุ้มค่าและคุณภาพของอาหารในเมืองของตน รวมถึงแง่มุมเฉพาะต่าง ๆ เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหารเช้า และร้านอาหารหรูหรา เพราะเอาเข้าใจเมื่อพูดถึงการรับประทานอาหารในต่างประเทศ คนก็คงไม่ได้นึกถึงโต๊ะอาหารปูผ้าขาวหรือห้องอาหารที่อึดอัด แต่คงนึกถึงเสียงฉ่าของกระทะ ควันโขมงโฉงเฉง และคำแรกที่เลอะเทอะของอาหารที่ห่อภาชนะง่าย ๆ มากกว่า ผลการจัดอันดับ “โฮจิมินห์” ประเทศเวียดนาม ครองอันดับหนึ่งในฐานะเมืองที่มีอาหารริมทางดีที่สุดในโลก ด้วยคะแนนความพึงพอใจสูงถึง 63% ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเมืองใหญ่ที่มีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ถึง 6 ร้าน รวมถึงร้าน Ănăn Saigon ที่ยกระดับอาหารริมทางให้กลายเป็นศิลปะชั้นเลิศ ในเวียดนามการได้เดินเข้าไปในตรอก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกแบบลดราคา (discount retail) ในประเทศจีนได้กลายเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุด และหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในอุตสาหกรรมนี้คือ HotMaxx แบรนด์ค้าปลีกสัญชาติจีนที่เติบโตจากร้านค้าเดียวในเซี่ยงไฮ้ สู่เครือข่ายร้านค้าเกือบพันสาขาภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี จากวิกฤตสต๊อกสินค้าส่วนเกินสู่โมเดลธุรกิจพันล้าน HotMaxx ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 โดยผู้ร่วมก่อตั้งสองคนคือ กู่ เสี่ยวเจี้ยน ผู้มีพื้นฐานด้านธุรกิจค้าส่ง และ ฟ่าน จื้อเฟิง ผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานอาหาร ทั้งคู่เผชิญปัญหาสต๊อกสินค้าส่วนเกินจำนวนมากในช่วงที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกหยุดชะงักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เดิมทีทั้งสองตั้งใจเพียงเปิดร้านเคลียร์สต๊อกชั่วคราวเพื่อระบายสินค้าแล้วปิดกิจการ แต่กระแสตอบรับจากผู้บริโภคกลับดีเกินคาด จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ร้านสาขาแรกเปิดตัวในศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ของเซี่ยงไฮ้ โดยจำหน่ายขนมและเครื่องดื่มที่ใกล้หมดอายุในราคาลดพิเศษ ก่อนจะขยายกลุ่มสินค้าครอบคลุมทั้งสินค้าใกล้หมดอายุ สิน
หลายคนอาจมองว่าการทำธุรกิจคือการสร้างกำไร แต่สำหรับ เจค แจบส์ (Jake Jabs) ซีอีโอวัย 95 ปี แห่ง American Furniture Warehouse หนึ่งในตัวอย่างความประทับใจที่ความสำเร็จไม่ได้วัดกันแค่ที่ยอดขาย แต่ยังรวมถึงการส่งต่อโอกาสให้ผู้อื่นอีกด้วย ชุบชีวิตร้านที่เกือบล้มละลาย ย้อนกลับไปในปี 1975 เขาตัดสินใจซื้อกิจการร้านเฟอร์นิเจอร์ที่กำลังจะล้มละลาย ด้วยเงิน 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.7 ล้านบาท) ด้วยวิสัยทัศน์และการบริหารที่แข็งแกร่ง เขาค่อยๆ พลิกฟื้นธุรกิจจนกลายเป็นอาณาจักรร้านเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่ที่มีถึง 18 สาขา ครอบคลุมทั้งในรัฐโคโลราโด แอริโซนา และเท็กซัส แม้ว่าในปัจจุบัน American Furniture Warehouse จะยังคงเป็นธุรกิจของครอบครัวไม่ใช่บริษัทมหาชน แต่ในปี 2025 บริษัทก็ทำรายได้สูงถึง 858 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนรายใหญ่ของรัฐโคโลราโด แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนชื่นชมเขาไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางธุรกิจ หากคือการนำความสำเร็จนั้นกลับไปช่วยเหลือสังคม ในช่วงปีที่ผ่านมา เขาบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลในรัฐโคโลราโดมากกว่า 1 ล้านดอลลา
หลายคนเริ่มต้นปีด้วยการตั้งเป้าหมายเปลี่ยนชีวิต หรือที่เรียกว่า New Year’s Resolution แต่สำหรับคู่รักคู่นี้ เขาเลือกตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในทุกมื้อเช้า จนกลายเป็นแบรนด์ผลไม้อบแห้งฟรีซดรายที่สามารถทำรายได้แตะ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35 ล้านบาทต่อปี บทความนี้จะพาทุกคนไปคุยกับ Jenny Yue อายุ 31 ปี อดีตบุคลากรทางการแพทย์ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ OHME! ที่เริ่มจากอาชีพเสริม จนปัจจุบันลาออกจากงานมาลุยธุรกิจเต็มตัว จุดเริ่มต้นจาก “สุขภาพดี” ย้อนกลับไปในช่วงโควิด-19 เจนนี่ทำงานด้านระบบสุขภาพดิจิทัลจากที่บ้าน ควบคู่ไปกับการเลี้ยงลูกวัย 1 ขวบ ซึ่งวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้เธอเกิดความเครียด และลืมดูแลตัวเอง จนทำให้น้ำหนักของเธอพุ่งขึ้นมากกว่า 22 กิโลกรัม ภายในเวลาไม่ถึง 6 เดือน “วันหนึ่งเรามองตัวเองในกระจกแล้วแทบจำตัวเองไม่ได้ นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ฉันกับสามีตั้งเป้าว่าจะกลับมารักตัวเอง” ทั้งคู่เริ่มจากการปรับมื้อเช้าให้เฮลตี้ขึ้น เปลี่ยนจากเบคอนและของทอด มาทานเป็นอกไก่ ข้าวโอ๊ต โยเกิร์ต และผลไม้แทน แม้ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี แต่ไม่นานก็เริ่มพบทานแบบเดิมๆ ทุกวันมันน่าเบื่อ ถ้าไม่มีอะไร
ธุรกิจสัตว์เลี้ยงในจีนกำลังพลิกโฉมไปอีกขั้น เมื่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเปิดให้บริการเช่าสุนัขรายชั่วโมง แพลตฟอร์มดังกล่าวมีชื่อว่า “Wangbu” แปลได้ว่า “พาหมาเดินเล่น” เพิ่งเปิดตัวผ่านมินิโปรแกรมบนโซเชียลมีเดียเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ให้บริการในเมืองใหญ่ของจีนอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น โดยเปิดให้ผู้ใช้งานเช่าสุนัขไปเดินเล่นเป็นรายชั่วโมง ผ่านระบบที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงสร้างโปรไฟล์ให้สุนัขของตน จากนั้นผู้เช่าจะติดต่อนัดหมายรับ-ส่งกับเจ้าของโดยตรง โดยที่อัตราค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 10-60 หยวนต่อชั่วโมง (ราว 50-300 บาท) ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และระยะเวลา ตัวอย่างเช่น สุนัขพันธุ์เวสต์ ไฮแลนด์ ไวท์ เทอร์เรียร์ ชื่อ “อีเวน” ให้เช่าในราคา 45 หยวนต่อชั่วโมง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเดินเล่นในขณะที่เจ้าของอยู่ด้วยเท่านั้น และห้ามให้อาหารที่เจ้าของไม่ได้จัดเตรียมไว้ ส่วนสุนัขพันธุ์คอร์กี้ชื่อ “ไป่วั่น” ให้เช่าในราคา 60 หยวนต่อชั่วโมง สามารถพาเดินเล่นตามลำพังหรือพาขึ้นรถได้โดยไม่ต้องมีเจ้าของกำกับ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มระบุว่าได้วางมาตรการด้านความป
