แปรรูปสินค้าเกษตร
หลายคนอาจคุ้นเคยกับ “กุหลาบ” ในฐานะดอกไม้แห่งความรัก ที่มักถูกมอบให้กันในโอกาสพิเศษ แต่สำหรับบางคนกุหลาบไม่ได้มีคุณค่าเพียงแค่ความสวยงามหรือความหอม หากยังสามารถต่อยอดเป็นสินค้ามูลค่าสูง สร้างอาชีพที่มั่นคง และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาทำเกษตรอย่างมีความสุขได้อีกด้วย เมื่อความหลงใหลผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นมากกว่าดอกไม้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่เติบโตจากหัวใจของคนปลูก เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย สวนกุหลาบอินทรีย์ของ คุณนพเก้า จันโย เกษตรกรรุ่นใหม่ผู้หลงใหลการปลูกกุหลาบ พร้อมทั้งนำกุหลาบดอกใหญ่ กลิ่นหอม มาปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ ก่อนต่อยอดเป็นชากุหลาบอบแห้ง ที่ผู้บริโภคสามารถชงดื่มได้อย่างมั่นใจ เพราะทุกขั้นตอนการผลิตให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพ ตั้งแต่การปลูกจนถึงการแปรรูป กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จากหลงรัก…สู่ชากุหลาบอินทรีย์ ช่วยพลิกสวน สร้างเกษตรมูลค่าสูง คุณนพเก้า เล่าว่า ครอบครัวทำเกษตรมาตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่า กระทั่งในปี 2555 เมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่บ้านเกิดอ
สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ภูมิภาคที่ 2 เดินหน้าแผนบูรณาการเชิงรุกยกระดับสินค้าเกษตร 26 จังหวัดภาคกลางสู่มาตรฐาน “Mass Product” เพื่อตอบโจทย์ตลาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเตรียมจัดงานใหญ่ขนทัพสินค้าเด่นให้ ช้อป-ชิม-ชิล ณ บริเวณสระมรกต อาคารรัฐสภา ระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคมนี้ หวังใช้เป็นเวทีเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคมาวิเคราะห์ดาต้าเพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน พลิกโฉมเกษตรกรภาคกลาง 26 จังหวัด ดร.วิญญู สะตะ ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 2 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานว่า สำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 2 ได้เดินหน้านโยบายเชิงรุกเข้ามาช่วยเหลือและส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางครอบคลุม 4 กลุ่มบูรณาการ รวม 26 จังหวัด โดยมุ่งพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ สิ่งสำคัญคือการนำระบบดาต้า (Data Analytics) เข้ามาช่วยวิเคราะห์สินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ สำหรับ แนวทางนโยบายเชิงรุกในการปั้นสินค้าสู่ Mass Product นั้น เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่เชิงรุกคือการเฟ้นหาองค์กรเกษตรกรที่มีความ
ข้าวเจ้าพันธุ์ขาหนี่ ตามภาษาปกาเกอะญอเรียกว่า บือกอ แปลว่า ข้าวแดง เป็นพันธุ์ข้าวนาสวน ไวต่อช่วงแสง เหมาะสำหรับทำนาบนพื้นที่สูง ระดับทะเลปานกลาง 700 – 1,000 เมตร ชาวเขาในพื้นที่ภาคเหนือนิยมปลูกในลักษณะนาขั้นบันได ให้ผลผลิตสูงสุดถึง 783 กิโลกรัมต่อไร่ อ่อนแอมากต่อเพลี้ยกระโดดหลังขาว และอ่อนแอต่อแมลงบั่ว ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้ คุณภาพการสีดีมาก ไม่ตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจน คุณภาพการหุงต้มดี มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยมีประสิทธิภาพในการเป็นพรีไบโอติก ป้องกันความเสียหายของดีเอ็นเอจากภาวะเครียดออกซิเดชันได้ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง เล็งเห็นคุณค่าของ ข้าวขาหนี่หรือข้าวบือกอ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 6 และ 9 ช่วยบำรุงสมอง ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ โรคพาร์คินสัน ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงประสาทและการทำงานของไต จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะเพิ่มมูลค่าให้ข้าวพื้นบ้านให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภค โดยนำข้าวบือกอซึ่งเป็นข้าวพื้นที่สูงภาคเหนือที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ นำมาพัฒนาเป็นสูตรเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผสมข้าวกล้องและธัญพืช เสริมคอลลาเจน เพื่อให้รับประทานง่าย
น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) คือ น้ำมันกลิ่นหอมที่พืชสร้างขึ้นและเก็บไว้ในดอก ใบ ผล ลำต้น ตลอดจนเมล็ด ซึ่งกลิ่นเหล่านี้ มีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในพืชแต่ละชนิดเช่น สารterpinenในน้ำมันไพลมีสรรพคุณคลายกล้ามเนื้อ สาร eugenol ในน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากพืชตระกูลกะเพราช่วยดึงดูลแมลง ส่วนสาร Citronellol oil จากใบตะไคร้หอมช่วยไล่แมลง ขณะที่สารชาวิโคล (Chavicol) จากใบพลูมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด ทุกวันนี้ น้ำมันหอมระเหยของไทย ที่สกัดจากพืชสมุนไพรตามธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ ใบไม้ และเปลือกไม้ โดยน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ที่ได้จากการกลั่นแยกจะมีกลิ่นหอมและติดทนกว่าน้ำมันหอมระเหยที่ผสมจากสารเคมีเลียนแบบธรรมชาติแล้ว ยังมีคุณสมบัติทางยาที่โดดเด่นมีสารประกอบที่มีกลไกออกฤทธิ์ที่มีผลต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการไข้ ปวดหัว วิงเวียน คลื่นไส้อาเจียนได้ ฯลฯ จึงเป็นที่ต้องการตลาดทั้งในประเทศและส่งออก น้ำมันหอมระเหย ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องหอมและสปา ทำหน้าที่สร้างเอก
เทคนิคเกษตร
มันสำปะหลังถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ของประเทศ แต่การจะทำให้มันสำปะหลังให้ผลผลิตดีและมีคุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกพันธุ์เพียงอย่างเดียว เพราะตั้งแต่การเตรียมดิน ท่อนพันธุ์ การให้น้ำ การใส่ปุ๋ย ไปจนถึงการป้องกันโรค ล้วนมีส่วนสำคัญต่อผลผลิตที่จะได้ในช่วงเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน การรอเพียงน้ำฝนอาจทำให้การเจริญเติบโตของมันสำปะหลังไม่สม่ำเสมอ เกษตรกรบางรายจึงเริ่มนำระบบน้ำเข้ามาช่วยจัดการแปลง ซึ่งระบบน้ำหยดเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เพราะสามารถควบคุมทั้งน้ำและการให้ปุ๋ยได้ตามความต้องการของพืช และหากบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ก็ช่วยให้ต้นมันสำปะหลังเติบโตเร็วขึ้นและเก็บเกี่ยวได้ตรงตามช่วงเวลาที่ต้องการ กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าคุมโรคใบด่าง นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังสำคัญของไทย โดยได้ติดตามผลการดำเนินงานตาม 6 แนวทางหลัก เพื่อควบคุมและลดพื้นที่การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง แนวทางสำคัญเริ่มตั้งแต่การเฝ้าระวังและสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอทุก 2-4 สัปด
การทำอาชีพเกษตรเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ทำให้หลายๆ ครอบครัวได้มาทำกิจกรรมรวมกัน โดยที่ไม่ต้องออกไปทำงานยังเมืองใหญ่เพื่อหารายได้ ซึ่งการยึดอาชีพการเป็นเกษตรกรอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เมื่อมีประสบการณ์ได้ลองผิดลองถูก พร้อมทั้งมีกำลังใจจากคนในครอบครัวที่ให้การสนับสนุนกันอยู่ตลอด สิ่งนี้เองจึงทำให้เกษตรกรผู้ประสบผลสำเร็จต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากจะมีความสุขที่ได้มาทำเกษตรแล้ว ความสุขแท้ที่ได้รับคือทุกคนในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา และรักษาสิ่งที่กำลังทำเป็นมรดกส่งต่อไปให้ลูกหลานต่อไป คุณอิษฏ์ฐะ ทองเจิม หรือ คุณเบส ได้หันหลังให้กับเมืองใหญ่มากำหนดชีวิตในสายอาชีพใหม่ โดยปรับการทำเกษตรของครอบครัวสมัยคุณพ่อคุณแม่ แบ่งมาทำเป็นเกษตรผสมผสานในพื้นที่ 2 ไร่ แต่สามารถสร้างรายได้ทุกวัน จากจุดเริ่มต้นนี้เองสวนเกษตรผสมผสานของเขา จึงไม่ได้จำหน่ายสินค้าทางการเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนในด้านแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้สนใจท่านอื่นๆ ได้เข้ามาศึกษาองค์ความรู้นำไปพัฒนาในที่ดินของตัวเอง คุณเบส เล่ามุมมองของอาชีพสมัยก่อนให้ฟังว่า เมื่อจบการศึกษาแล้วได้ทำตามความฝันของครอบครัว คือการทำง
“วานิลลา” พืชมูลค่าสูงที่กำลังมาแรงในกลุ่มเกษตรกรไทย หลายคนมีทุนมากพอจะลงแปลงใหญ่ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่อยากทดลองปลูกแต่ติดเรื่อง “พื้นที่และงบประมาณ” วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน มีเทคนิคเด็ดจาก คุณอ้อ-สาวิตตรี สระทองเทียน เจ้าของ The Vanilla จ.นครปฐม มาถ่ายทอดวิธีการปลูกวานิลลาในตะกร้าหรือเข่ง สำหรับคนที่อยากปลูกประดับไว้ข้างบ้าน หรือปลูกทดลองมือก่อนขยายแปลงจริงในอนาคต โดยไม่ต้องสร้างโรงเรือนให้เปลืองงบ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1. ตะกร้า/เข่งพลาสติก แบบมีรูระบายน้ำรอบทิศทาง ขนาดกว้างประมาณ 23-25 นิ้ว 2. เชือกโยงทุเรียน (เชือกริบบิ้น) แข็งแรง ทนทาน ตากแดด 2-3 ปีไม่เปื่อย (เหนือกว่าเชือกฟางและใช้ง่ายกว่าลวด) 3. ตาข่ายพลาสติก สำหรับม้วนทำเสากลาง 4. กาบมะพร้าวสับ วัสดุปลูกหลัก วิธีการปลูกทีละขั้นตอน 1. ขึ้นเสาและเตรียมกระถาง ม้วนตาข่ายพลาสติกเป็นทรงกระบอก ให้สูงเลยขอบตะกร้าขึ้นมาประมาณ 80-90 เซนติเมตร 2. วางเสาตาข่ายไว้ตรงกึ่งกลางตะกร้า แล้วใช้เชือกโยงทุเรียนมัดขึงเสากับตะกร้าให้แน่นหนา ไม่หลุดเขยื้อน 3. อัดกาบมะพร้าวสับใส่ลงในช่องกลางเสาตาข่ายจนเต็ม และโรยกาบมะพร้าวสับรอบๆ เสาในเข่งให้เต็มเช่นกัน
ชนะ ไชยฮ้อย เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า ปัจจุบันการทำการเกษตร จะมีการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เพิ่มต้นทุนการผลิต สภาพแวดล้อมไม่ดี ขอแนะนำการผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืชที่ผลิตจากสารเร่ง พด.7 ซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ได้จากการย่อยสลายพืชสมุนไพร โดยกิจกรรมจุลินทรีย์ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน ได้ของเหลวสีน้ำตาลใส ซึ่งประกอบด้วยกรดอินทรีย์หลายชนิดในปริมาณสูง รวมทั้งสารออกฤทธิ์ประเภทต่างๆและสารไล่แมลงที่สกัดได้จากพืชสมุนไพรชนิดนั้นๆ ใช้ในการป้องกันศัตรูพืช ซึ่งมีประโยชน์ ในการป้องกันแมลงศัตรูพืช ได้แก่ เพลี้ย หนอนเจาะผลและลำต้น หนอนใยผัก หนอนชอนใบ หนอนคืบ หนอนกระทู้ หนอนกอ ไรแดง แมลงหวี่ เป็นต้น ส่วนประกอบพืชสมุนไพร ได้แก่ ตะไคร้หอม หางไหล บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร เปลือกแค ต้นหนอนตายหยาก เมล็ดและเปลือกสะเดา ใบว่านเศรษฐี หมาก เมล็ดน้อยหน่า เมล็ดเงาะ ยาสูบ ขิง มะกรูด ตะไคร้ พริกไทย พญาไร้ใบ สาบเสือ ผลสบู่ดำ ใบโหระพา สำหรับส่วนผสมการผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืช ประกอบด้วย สารเร่ง พด.7 1 ซอง พืชสมุนไพร 30 กิโลกรัม น้ำตาล 10 กิโลกรัม น้ำ 50 ลิตร การทำโดยการสับพ
