ไม้ดอกไม้ประดับ
คุณนายตื่นสาย มีความพิเศษในเรื่องของดอกที่มีสีสดสวยงาม ยิ่งช่วงที่มีแสงแดดส่องมายามสายจะเห็นสีของดอกที่สดเป็นอย่างมาก ถือเป็นไม้ที่ปลูกและขยายพันธุ์ได้ง่าย เพียงแต่ดินที่ปลูกควรเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี ไม้ไม่เกิดรากเน่าและขยายกิ่งก้านต่อไปได้เรื่อยๆ ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา คุณนายตื่นสายได้รับความนิยมจากผู้ที่ชื่นชอบในดอกสีสดไม่น้อย มีการขายจนสามารถสร้างรายได้ดีทีเดียว โดยสายพันธุ์คุณนายตื่นมีตั้งแต่สายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และบางส่วนมีคนไทยที่ชอบและปลูกคุณนายตื่นสายพัฒนาสายพันธุ์ขึ้น โดยมีการแลกเปลี่ยนสายพันธุ์และประสบการณ์ปลูกซึ่งกันและกันอยู่เสมอ จึงทำให้กลุ่มที่ปลูกคุณนายตื่นสายด้วยเกิดรายได้ และทำตลาดการขายได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น การใช้ดินเพื่อปลูกคุณนายตื่นสาย ดินที่ดีต้องเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดีพอสมควร โดยมีส่วนผสมของดินร่วน แกลบเผา ทรายหยาบ และปุ๋ยคอก ซึ่งการที่วัสดุปลูกมีการระบายน้ำที่ดีนั้นช่วยให้น้ำที่รดลงในแปลงปลูกไม้ไม่แฉะช่วยให้ดินที่ปลูกไม่เปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา เพราะหากดินที่ปลูกมีความเปียกแฉะมากเกินไปจะทำให้ระบบรากเสียและต้นเน่าตายได้ในที่สุด การขยายพันธุ์คุณนายตื่นจ
กระบองเพชร (Cactus) เป็นพรรณไม้ที่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกษตรกรหลายท่านก่อนที่จะประสบผลสำเร็จและทำเป็นการค้าได้นั้น ล้วนแล้วผ่านการปลูกที่เริ่มต้นมาจากความรักความชอบมาก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ พัฒนาและขยายพันธุ์กระบองเพชรให้มีจำนวนมากขึ้น เมื่อเกิดความชำนาญและเชี่ยวชาญในสิ่งเหล่านี้จึงช่วยให้เกิดรายได้ตามมา สามารถสร้างเป็นอาชีพหลักเลี้ยงดูครอบครัวได้เป็นอย่างดี กระบองเพชรเป็นไม้ที่มีขนาดต้นเล็กไปจนถึงปานกลาง ส่วนของลำต้นมีสีเขียวหรือเขียวคล้ำ บางสายพันธุ์มีขนและหนามรอบลำต้น และมีดอกและสีที่ต่างกันไป เช่น สีแดง สีเหลือง และสีขาว ซึ่งขนาดของดอกเล็กใหญ่ตามชนิดสายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังเป็นไม้ที่นิยมนำมาปลูกประดับบนโต๊ะทำงานหรือประดับในพื้นที่ต่างๆ ตามต้องการ จึงทำให้เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย คุณธิติพร จตุพงษ์ หรือ คุณเฟิร์น เจ้าของสวน Sahara Cactus (ซาฮาร่าแคคตัส) ถือเป็นอีกหนึ่งท่านที่ปลูกกระบองเพชรโดยเริ่มจากความชอบและปลูกเล่นๆ และต่อมาได้ขยายการปลูกเรื่อยๆ จนมีกระบองเพชรมากขึ้น จากนั้นเธอได้ทดลองจำหน่ายและเห็นว่าสามารถทำตลาดได้ จึงทำให้เธอได้นำกระบองเพชรหลากหลายสายพันธุ์เข้ามาปลูก
สมัยก่อนมักเข้าใจผิดว่ามีพื้นที่น้อยจะไม่สามารถทำการเกษตรได้ แต่ปัจจุบันพื้นที่น้อยสามารถสร้างรายได้ให้กับหลายๆ คนได้ชนิดที่ว่ามากกว่าการทำงานประจำ โดยเฉพาะในช่วงนี้การปลูกดอกไม้ที่สมัยก่อนเป็นเพียงการประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ในยุคนี้เป็นสินค้าสวยงามที่ทำเงินให้กับผู้ปลูกได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ชนิดที่ว่าแซงเงินเดือนงานประจำและมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินในอนาคตได้อีกด้วย คุณฐิรนาถ นิธิภัทร์ธนโภคิน หรือ คุณฝน ได้มีแนวความคิดและสร้างจุดเริ่มต้นของการปลูกดอกไม้กินได้ขึ้น โดยศึกษาในเรื่องของสายพันธุ์ต่างๆ ว่าแบบไหนดอกสีอะไรเป็นที่ต้องการของตลาด จากนั้นจึงหาซื้อพันธุ์ดอกไม้จากพื้นที่ต่างๆ เข้ามาปลูกพร้อมกับเรียนรู้การขยายพันธุ์เอง นอกจากทำให้มีผลผลิตตลอดปีแล้ว ยังประหยัดต้นทุนในเรื่องของการซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน ใช้พื้นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ไม่ถึง 20 ตารางวา ปลูกดอกไม้ คุณฝน เล่าให้ฟังว่า ช่วงแรกทำงานประจำอยู่ที่บริษัท ต่อมาเมื่อได้มาแต่งงาน จึงได้ลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัว เพราะต้องดูแลลูกน้อยที่ยังเล็กอยู่ และในขณะนั้นคุณแม่ของสามีพาคุณฝนไปซื้อต้นไม้ที่มีดอกสวย
หลายคนอาจมองว่าการสร้างสถิติโลกเพียงครั้งเดียวเป็นเรื่องของโชค แต่สำหรับ เจเรไมอาห์ แฮร์ริส (Jeremiah Harris) ชาวอเมริกัน ผู้หลงใหลพืชกินแมลงมาตั้งแต่วัยเด็ก กลับพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความสำเร็จเกิดจากความพยายามอย่างแท้จริง หลังสามารถทำลายสถิติโลก ปลูกกาบหอยแครงกินแมลงที่มีกับดักใหญ่ที่สุดในโลกได้ถึง 3 ครั้ง และล่าสุดสร้างสถิติใหม่ด้วยขนาดกับดักกว้างถึง 6.6 เซนติเมตร ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา กาบหอยแครงกินแมลง หรือ Venus Flytrap (Dionaea muscipula) เป็นพืชกินแมลงที่มีชื่อเสียงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ด้วยลักษณะเด่นของใบที่เปลี่ยนรูปเป็นกับดักคล้ายปากมีซี่ฟัน เมื่อแมลงสัมผัสขนรับความรู้สึกด้านใน กับดักจะปิดลงภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนค่อยๆ ย่อยเหยื่อเพื่อรับธาตุอาหาร ทำให้พืชชนิดนี้กลายเป็นขวัญใจของนักปลูกไม้แปลกและผู้ที่สนใจธรรมชาติทั่วโลก โดยทั่วไปกับดักของกาบหอยแครงจะมีขนาดประมาณ 2-3 เซนติเมตรเท่านั้น แต่ต้นที่แฮร์ริสปลูกสามารถสร้างกับดักได้ขนาด 6.6 เซนติเมตร หรือใหญ่กว่าปกติถึง 2 เท่า วัดจากส่วนสันกลางด้านหลังของกับดัก ซึ่งเป็นจุดที่กว้างที่ส
ซ่อนกลิ่นเป็นดอกไม้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความหอมรัญจวนใจ ในตำราอายุรเวชของอินเดียนั้นระบุไว้ว่า กลิ่นหอมของซ่อนกลิ่นจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองซีกขวา ซึ่งมีส่วนในเรื่องของจินตนาการหรือการสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย เหมาะกับผู้ที่มีอาการซึมเศร้า หดหู่ เนื่องจากจะช่วยให้รู้สึกมั่นใจและกระตุ้นให้อยากใช้ชีวิตอย่างสุนทรีย์มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยสรรพคุณอันมากมาย กลิ่นหอมของซ่อนกลิ่นจึงกลายเป็นของล้ำค่าในอุตสาหกรรมน้ำหอม แต่ความที่เป็นดอกไม้ซึ่งช้ำง่ายและไม่อาจสกัดได้ด้วยความร้อน การผลิตหัวน้ำมันหอมของซ่อนกลิ่นจึงต้องใช้กรรมวิธีการสกัดในน้ำมันเย็นแบบโบราณซึ่งใช้เวลานานมาก โดยดอกซ่อนกลิ่นจำนวน 3,600 กิโลกรัม จะผลิตหัวน้ำมันหอมระเหยได้เพียงแค่ 1 กิโลกรัมเท่านั้น น้ำมันหอมจากซ่อนกลิ่นจึงถือเป็นของเลอค่าซึ่งมีแค่ผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์เท่านั้นที่ใช้ ซ่อนกลิ่นเป็นไม้ดอกพื้นถิ่นอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในเม็กซิโก ที่มาของดอกซ่อนกลิ่นในประเทศไทย ไม่มีบันทึกที่แน่นอนว่าถูกนำเข้ามาเมื่อไหร่ แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นช่วงก่อนสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องจากปรากฏข้อความในบัน
คุณสุระ จันทร์ศิริ เป็นเกษตรกรที่ทำการผลิตไม้ดอกไม้ประดับมาเป็นเวลานาน โดยก่อนหน้านั้นเขาได้ผลิตไม้ประดับชนิดอื่นๆ ก่อน ต่อมาเมื่อเห็นว่าตลาดมีความต้องการต้นแก้วพวงดวงใจและต้นแก้วลิลลี่ เขาจึงได้มาปรับเปลี่ยนทำไม้ที่มีดอกหอม 2 ชนิดนี้ สร้างเป็นรายได้ที่ดีไม่น้อยทีเดียว โดยการผลิตมีทั้งการผลิตให้เป็นไม้ประดับในกระถางและไม้ขุดล้อมที่มีต้นใหญ่ๆ ให้กับลูกค้าได้ต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี เปลี่ยนจากสวนไม้ผล เข้าสู่วงการไม้ประดับ คุณสุระ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นเริ่มทำอาชีพทางการเกษตรด้านไม้ผลและการปลูกไผ่ ต่อมาไผ่ที่ทำการปลูกเกิดออกดอกและตายยกสวน ทำให้ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกมะนาวและทุเรียน ซึ่งช่วงที่ปลูกทุเรียนสมัยนั้นยังไม่มีลูกค้าเข้ามาซื้อมากนักเหมือนปัจจุบัน จึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อให้ตรงตามที่ตลาดต้องการ เพราะมีลูกค้าเข้ามารับซื้อถึงสวน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ยึดอาชีพนี้มาจนถึงปัจจุบัน “พอมีกลุ่มหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติ บ้านดงบังเกิดขึ้น กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น ก็มีการทำไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิด ช่วงแรกผมทำต้นโมกจำหน่ายก่อน หลังๆ มา ตลาดเริ่มมีการป
ไม้แปลกไม้หายากเป็นอีกหนึ่งตลาดที่สำคัญอยู่ในบ้านเราขนาดนี้ ถึงแม้ยอดการซื้อขายหรือความนิยมจะลดลงไปบ้างเมื่อเทียบกับช่วงสถานการณ์โควิด-19 เข้ามาระบาดในประเทศไทยครั้งแรก ในช่วงนั้นทำให้คนไทยได้รู้จักไม้แปลกไม้หายากมากขึ้น เรียกได้ว่าช่วงนั้นไม้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากทีเดียว เพราะเหตุจากที่ทุกคนต้องอยู่บ้านมากขึ้นจึงทำให้ได้มีเวลาศึกษาและอยากได้ไม้ประดับเหล่านี้มาปลูกอย่างจริงจัง ถึงขนาดที่เรียกได้ว่าเป็นยุคของการสร้างรายได้ของผู้เล่นหน้าใหม่ หรือทำให้มีสวนใหม่ๆ เกิดขึ้น เพื่อผลิตเป็นสินค้าที่ส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย คุณพรรษกานต์ ลครรำ หรือ คุณนุก เจ้าของสวนสวยเพียงฟ้า เป็นอีกหนึ่งท่านที่ได้จับตลาดของการปลูกไม้แปลกไม้หายากในช่วงที่โควิด-19 เข้ามาระบาด โดยเธอได้สนใจการปลูกต้นเสน่ห์จันทร์บุษราคัม ซึ่งถือเป็นไม้ที่มีทรงต้นที่สวย และที่โดดเด่นไปกว่านั้นคือ ไม้ประดับอย่างเสน่ห์จันทร์บุษราคัมที่มีภายในสวน เป็นไม้ค่อนข้างที่จะมีลักษณะออกด่างและสีสันสวยงาม จึงถือว่าเป็นไม้แปลกไม้หายากที่ไม่เพียงแต่ลูกค้าในประเทศไทยซื้อขายเท่านั้น ยังมีลูกค้าจากต่างประเทศเข้ามาติดต่อซื้ออยู่เป็นประจำ จ
ต้นโมก เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 2-12 เมตรขึ้นไป ผิวเปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาล กิ่งก้านจะแตกบริเวณรอบๆ ต้นแบบไม่มีระบบ ใบเป็นใบเดียว ออกเรียงกันเป็นคู่เป็นรูปไข่ ดอกมีสีขาว การออกดอกของต้นโมกจะคว่ำหน้าลงสู่พื้น ดอกมีกลิ่นหอม ลักษณะเป็นช่อ ใน 1 ช่อ มีดอกประมาณ 4-8 ดอก ด้านความเชื่อของคนไทยสมัยก่อน เชื่อกันว่าบ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความสุข และช่วยปกป้องคุ้มครองภัยอันตราย นอกจากนี้ยังเชื่อกันด้วยว่า เปลือกของต้นโมกสามารถใช้ป้องกันพิษของสัตว์ต่างๆ ได้ และช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านและผู้ที่อยู่อาศัยมากขึ้น ต้องทำการปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันเสาร์ ปัจจุบันจำนวนพื้นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านจัดสรรต่างๆ เริ่มมีมากขึ้น ไม้ดอกไม้ประดับจึงยังเป็นที่ต้องการ ดังนั้นต้นโมกจึงได้รับความนิยมมากขึ้น เพื่อใช้ตกแต่งบ้านเรือนให้มีความสวยงาม ว่างจากทำนา ปลูกต้นโมกเสริมรายได้ คุณสมศักดิ์ โสขุมา เกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี มีอาชีพทำนามีช่วงที่เจอวิกฤตแล้งเช่นนี้ทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับทำนา ชาวบ้านบางส่วนได้รับความเดือดร้อน แต่ครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อคุ
ไม้ประดับใบ ถ้ามองในมุมมองของคนที่ชื่นชอบ จะมีความหลงใหลและรักในความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนไม้ดอก เพราะไม้ประดับใบแต่ละชนิดมีลวดลายใบหรือรูปร่างใบที่แตกต่างกันไปแล้วแต่สายพันธุ์ อย่างเช่น หน้าวัวกำมะหยี่ เป็นไม้ที่มีลักษณะเด่นที่ใบค่อนข้างมีความนุ่มเหมือนผ้ากำมะหยี่ รวมทั้งเส้นลายใบที่เด่นชัด ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะที่สวยงามที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิด และที่เห็นได้ชัดเจนนั้นก็คือสีของใบ มีสีอ่อน สีเข้ม รวมไปถึงสายพันธุ์ด่างด้วย คุณนราทิพย์ อุทุมโภค หรือ คุณทิพย์ ได้หลงใหลในไม้ประดับใบอย่างหน้าวัวกำมะหยี่ เธอได้หาสายพันธุ์แท้ของไม้ชนิดนี้จากต่างประเทศเข้ามาปลูก เพื่อที่จะได้ขยายพันธุ์ให้เกิดลูกไม้ใหม่ๆ ออกมา จึงทำให้ภายในสวนของเธอมีไม้ที่หลากหลาย ไม่เพียงขายให้กับลูกค้าทั่วไปเท่านั้น ยังรวมไปถึงลูกค้าที่เป็นนักสะสมที่ชอบในรูปลักษณ์และลักษณะที่แปลกๆ ของหน้าวัวกำมะหยี่นี้ มองว่าหน้าวัวกำมะหยี่ ส่งตลาดต่างประเทศได้ คุณทิพย์ เล่าว่า เธอเองนั้นทำสวนไม้ประดับเป็นอาชีพสร้างงานอยู่แล้ว แต่ในสมัยก่อนยังไม่ได้เน้นในเรื่องของการทำตลาดออนไลน์ ต่อมาเมื่อมีความสนใจที่อยากจะทำตลาดไม้ประดับอย่า
เม็ดดินเหนียวเผามวลเบาจากขยะอุตสาหกรรม ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เกิดขึ้นโดยนำดินเหนียวผสมกับวัสดุที่สร้างรูพรุนแบบเปิด ได้แก่ เศษขยะจากอุตสาหกรรมรถยนต์บดอัดก้อน เมื่อนำมาผสมกับดินเหนียวจะสร้างเป็นรูพรุนเมื่อผ่านการเผาขึ้นรูป ในขณะที่ใช้อุณหภูมิที่ต่ำในการเผาดินเพื่อขึ้นรูป จึงทำให้ได้นวัตกรรมเม็ดดินเหนียวเผามวลเบารูพรุนสูงที่สามารถเก็บรักษาความชื้นในหน้าดินได้ดี พร้อมทั้งมีรูปทรงที่หลากหลาย คุณศรีวรรณ แก้วสิทธิ์ คณะนวัตกรรมการผลิตขั้นสูง สาขาวิศวกรรมระบบการผลิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เล่าว่า การผลิตเม็ดดินเหนียวเผามวลเบาเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะผลิตเม็ดดินเหนียวเผามวลเบาจากขยะอุตสาหกรรมขึ้นมา เพื่อให้ผู้ที่รักการปลูกต้นไม้สวยงามนำนวัตกรรมเหล่านี้ไปใช้ เพราะสิ่งประดิษฐ์นี้สามารถคลุมดินได้ดีแล้ว ยังเป็นการนำของเหลือที่ได้จากอุตสาหกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และเป็นนวัตกรรมที่รักสิ่งแวดล้อม สำหรับการผลิตเป็นวัสดุคลุมดินเม็ดดินเหนียวเผามวลเบา ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากโดยสามารถใช้ดินเหนียวที่นำมาทำเป็นสิ่งประดิษฐ์นี้หาได้ง่ายจากท้องถิ่นทั่วไป หรือร้านจำหน่ายต้นไม้ต่างๆ ที
